ตำนานเฮี้ยน มหาวิทยาลัยไทย

ตำนานเฮี้ยน มหาวิทยาลัยไทย

ตำนานเฮี้ยน มหาวิทยาลัยไทย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ไหนต่างก็มีเรื่องเล่า ชวนขนหัวลุก ให้เราได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาล วัด สถานที่ที่ถูกทิ้งล้างเอาไว้ 

ตำนานเฮี้ยน มหาวิทยาลัยไทย

ตำนานเฮี้ยนของสถาบันการศึกษา

ในเมืองไทย ที่บางคนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว หรือบางคนอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ต้องขอบอกเลยว่าตำนานของแต่ละที่ น่ากลัวและหลอนมากๆ ถ้าใจแข็งพอก็ไปอ่านกันเลย…

1. เรื่องหลอน ของลิฟต์แดง

เรื่องหลอนสุดสยองของลิฟต์แดงจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีเรื่องเล่าว่าในช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ แห่งความขัดแย้งทางการเมือง นักศึกษาพากันหลบหนีเข้าไปในลิฟต์ตัวหนึ่ง และเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ทหารได้กระหน่ำยิงจนเลือดสาดอาบไปทั่วทั้งลิฟต์ นักศึกษาทั้งหมดเสียชีวิต ซึ่งในเวลาต่อมาทางมหาวิทยาลัย

ได้ทำการล้างทำความสะอาดลิฟต์ตัวนั้น แต่ไม่ว่าจะล้างยังไง ลิฟต์ตัวนี้ก็จะยังคงมีคราบเลือดสีแดงเปื้อนอยู่ ลบยังไงก็ไม่ออก ดังนั้นทางมหาวิทยาลัยจึงได้ทำการแก้ปัญหาโดยการทาสีลิฟต์ตัวให้เป็นสีแดงทั้งหมด

จนกระทั่ง ลิฟต์ตัวนี้ถูกนำกลับมาใช้งานตามปกติ ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ต่างก็พบเจอเหตุการณ์น่าขนลุกต่างๆ เช่น มีนักศึกษาคนหนึ่งขึ้นลิฟต์ตามลำพัง แต่เมื่อมองไปที่กระจก เขากลับเห็นว่ามีคนอื่นยืนอยู่ในลิฟต์ด้วย

หรือมีนักศึกษาเดินเข้าลิฟต์พร้อมกับรอยเลือดไหลเป็นทาง เป็น และในปัจจุบันลิฟต์ตัวนี้ถูกถอดออกไปแล้ว แต่เรื่องราวของลิฟต์แดงก็ยังคงถูกเล่าขานกันต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น โดยทางมหาวิทยาลัยยังคงเก็บ “ลิฟต์แดง” ตัวนี้เอาไว้อยู่ โดยนำไปตั้งที่ชั้น 6 คณะศิลปศาสตร์

2. ตำนานหลอนอิฐ 9 ก้อน

เป็นเรื่องเรื่อง ตำนานเฮี้ยนของมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ โดยบริเวณทางเดินหน้าตึกคณะเศรษฐศาสตร์ของที่นี่ จะมีอิฐจำนวนหนึ่งเผยอขึ้นมา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือมีการปรับปรุงพื้นที่แล้วก็ตาม แต่อิฐก้อนนั้นก็ยังคงเกยกันอยู่ดี จึงมีเสียงเล่าลือต่อๆ กันในหมู่นักศึกษาว่า ห้ามเดินเหยียบอิฐนั้นเป็นอันขาด เพราะมีเรื่องเล่าว่า นักศึกษาชายคนหนึ่ง มีปากเสียงทะเลาะกับแฟนเรื่องเลิกกัน และสุดท้ายฝ่ายชายก็ตัดสินใจกระโดดตึกลงมาเสียชีวิตตรงบริเวณอิฐก้อนนั้น แม้ว่านี่จะเป็นเรื่องที่เล่าขานต่อๆ กันมา แต่ก็ไม่มีใครกล้าลบหลู่เรื่องที่ว่านี้เลยสักคน

3. ลานทรงพล คณะอักษรศาสตร์

ลานทรงพล บริเวณคณะอักษรศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในบริเวณเขตพระราชฐานพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งในแต่ก่อนสถานที่แห่งนี้คือ “ลานประหารนักโทษ” วิธีที่ใช้ในการประหารนักโทษในยุคสมัยก่อนที่ทำกันก็คือ

 การประหารด้วยการตัดคอให้ขาดในดาบเดียว และสาเหตุนี้จึงทำให้สถานที่แห่งนี้มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาอยู่มากมาย บ้างก็ว่ามีนักศึกษาเห็นเงาคนสูงใหญ่กำลังฟันคอคนที่นั่งอยู่บนพื้นจนขาดกระเด็น บ้างก็ว่าเห็นผู้หญิงนุ่งโจงห่มสไบมายืนอยู่บริเวณนี้ยามค่ำคืน…

4. ลิฟต์สยองที่ตึก 3

มหาวิทยาลัยดังย่านเมืองเอก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลอนและความเฮี้ยนติดอันดับต้นๆ ทั้งเรื่องของฮวยจุ้ยที่ว่ากันว่าผีเพียบ แถมบริเวณโดยรอบที่เต็มไปด้วยบ้านร้างและสถานที่วัดใจสำหรับคนอยากลองของ และเรื่องเล่าเก่าแก่ที่ยังคงสร้างความน่าหวาดผวามาจนถึงในปัจจุบัน… คงจะหนีไม่พ้นเรื่องราวของ

ลิฟต์ตึก 3 ในยามกลางวัน ลิฟต์ตัวที่ว่านี้จะสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่พอตกกลางคืน ลิฟต์ตัวนี้จะเปิดเองโดยที่ไม่มีคนกด และหากมีใครกดขึ้นลงระหว่างชั้นต่างๆ มันก็จะไม่เปิดให้ตามชั้นที่กด ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นของคณะนิติศาสตร์ เคยมีคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาวปรากฎกายอยู่ในกระจกข้างลิฟต์อีกด้วย (ซึ่งข้างๆ ลิฟต์ไม่มีกระจกแม้แต่บานเดียว)

5. ด้ายแดง

เรื่องเล่าจากรุ่นสู่รุ่น มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา ของตึก MNL ซึ่งเป็นตึกสำหรับวิชากายวิภาคศาสตร์ ก็แปลว่าตึกนี้เป็นที่ใช้เก็บรักษาร่างของอาจารย์ใหญ่นั่นเอง (อาจารย์ใหญ่ หมายถึงศพที่นักศึกษาแพทย์ใช้ทำการเรียนการสอนเกี่ยวกับกายวิภาค ใช้ทำการผ่า ทำการศึกษาผ่านร่างกายจริง นักศึกษาจึงเรียกร่างเหล่านี้ว่าอาจารย์ใหญ่ ในฐานที่อุทิศร่างกายให้พวกเค้าได้เรียนรู้) สำหรับตำนานของตึกนี้เขาเล่ากันมาว่า…

เคยมีนักศึกษาปี 1 มาเรียนที่ตึกเป็นวันแรก ไปถามยามว่าลิฟต์อยู่ทางไหน ยามก็บอกทางไปตามปกติ ก่อนที่นักศึกษาคนนั้นจะสังเกตเห็นว่า ที่ข้อมือของยามคนนี้ “มีด้ายสีแดงผูกอยู่” โดยเป้าหมายของนักศึกษาคนนี้อยู่ที่ชั้น 5

ก็กดลิฟต์เปิดเข้าไป กดชั้น 5 แต่ลิฟต์กลับไปเปิดที่ชั้น 2 (ชั้น 2 จะเป็นชั้นที่ใช้เก็บร่างอาจารย์ใหญ่ ซึ่งตอนนั้นนักศึกษาคนนี้ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะไม่รู้เรื่อง) เรียนเสร็จลงมาก็ไม่เจอยามคนนั้นแล้ว และก็ไม่เคยได้เจอแกอีกเลยไม่ว่าจะกลับไปเรียนที่ตึกอีกกี่ครั้ง จนในที่สุด ก็ได้มารู้ความจริงจากปากรุ่นพี่ว่า

ที่ตึก MNL ไม่เคยมียามประจำการอยู่.. ก็งงสิ แล้วยามคนที่เขาเห็นคืออะไร ก็เลยเล่าให้รุ่นพี่ฟัง จนมาได้รู้ความจริงว่า การผูกด้ายสีแดงที่ข้อมือน่ะ คนเป็นจะไม่ผูกกัน ด้ายแดงจะใช้สำหรับผูกข้อมืออาจารย์ใหญ่