วิจารณ์หนัง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 5

วิจารณ์หนัง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 5

วิจารณ์หนัง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 5 ด้วยความที่หนังให้คำจำกัดความของเรื่องว่า “ตำนาน” ดังนั้นความหมายของคำคำนี้คือ เรื่องที่ถูกเล่าขานและสืบต่อกันมา ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันสะท้อนถึงแนวคิด ระบบความเป็นอยู่ วิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ รวมไปถึงประเพณีต่างในอดีต ซึ่งการเล่าเหล่านั้นจึงอาจจะถูกปรุงแต่งไปด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติ และเรื่องที่ถูกแต่งเติมเข้าไปภายหลังเพื่อเสริมเพิ่มเติมให้ “เรื่องราว” มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น 

วิจารณ์หนัง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 5

“เรื่องราว” มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น 

ดังนั้นการจะมองว่าหนังอย่างตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นหนังที่ถ่ายทอดความ “จริง” ทั้ง 100 เปอร์เซนต์นั้น ดูจะค่อนข้างเป็นวิธีการมองหนังที่ค่อนข้างโหดร้ายจนเกินไป แต่อย่างไรก็ตามกระแส “รักชาติ” ที่หนังเรื่อง

นี้กรุยทางเอาไว้ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคที่ 2 นั้น ดูเริ่มอ่อนกำลังลงอย่างได้ชัดในภาคที่ 3 เมื่อแรกเริ่มเดิมทีตัวหนังเรื่องนี้ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล (ท่านมุ้ย) ตั้งใจไว้ว่าจะสร้างเอาไว้แค่เพียง 3 ภาคเท่านั้น แต่ด้วยเหตุผลบาง

ประการที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีมาถึงภาคที่ 4 อย่าง  ศึกนันทบุเรง และภาคที่ 5 ยุทธหัตถี ตามออกมา 

ในภาคศึกนันทบุเรง เส้นเรื่องที่มีใจความอยู่แค่เพียงการเล่าเรื่องราวของพระเจ้านันทบุเรง นานเตี๊ยบาเยง ได้ขึ้นเสวยราชย์เหนือแผ่นดินพุกามประเทศสืบต่อจากพระเจ้าหงสาวดีช้างเผือกบุเรงนอง อย่างที่เราทราบกันดีว่าบุเรงนอง

นั้นเป็นถึงผู้ชนะสิบทิศ รบเก่งและศึกรักท่านก็ไม่เป็นรองใคร ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองทำให้นานเตี๊ยบาเยงตกอยู่ในสภาพ “เป็นรอง” พ่อตัวเอง เหตุการณ์ในภาคที่ 4 จบลงที่การสู้รบอย่างดุเดือด

เหตุการณ์สำคัญในช่วงเปิดเรื่องราวคือการที่พระนเรศวรตัดสินใจบุกค่ายพม่าที่ตั้งกองทัพไว้ด้วยการใช้กลยุทธ์ใช้เรือบุกตอนรุ่งสางและผลจากการต่อสู้ทำให้ พระเจ้านันทบุเรง(จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) โดนไฟคลอกจนอาการสาหัส

เป็นผลทำให้กองทัพพม่าขาดผู้ออกราชการแทนไปชั่วคราวเป็นผลต่อเนื่องทำให้ มังกะยอชวา(นภัสกร มิตรเอม) ถูกพ่อของตัวเองบีบบังคับให้พระองค์ต้อง

ออกไปรบทำศึกชนช้างกับพระนเรศวร ทั้งที่ตนถูกโหรทำนายทายทักว่าฤกษ์ที่ต้องออกศึกนั้นมีโอกาสที่มังกะยอชะวาจะชะตาขาดในสนามรบ